ความชื้นที่สูงต่อเนื่องเป็นสภาพที่เชื้อราและแบคทีเรียชอบ ปัญหาผิวหนังและหูจึงพุ่งขึ้นในฤดูนี้
หลังกลับจากข้างนอก
- เช็ดให้แห้งสนิท โดยเฉพาะใต้ท้อง ขาหนีบ ระหว่างนิ้ว และหลังใบหู
- ล้างอุ้งเท้าด้วยน้ำสะอาด น้ำขังบนถนนอาจมีสารเคมีและเชื้อโรค
- เป่าให้แห้งถ้าเป็นสัตว์ขนหนา
ขนที่ชื้นค้างคือจุดเริ่มของเชื้อราและผิวหนังอักเสบ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากที่สุดในฤดูนี้
หู
น้ำที่ค้างในหูทำให้เกิดหูอักเสบ โดยเฉพาะในสัตว์หูตก ควรเช็ดหูให้แห้งหลังโดนฝนหรือหลังอาบน้ำทุกครั้ง
สัญญาณคือ เกาหู สะบัดหัว กลิ่นเหม็น หรือหูแดง
เลปโตสไปโรซิส
โรคที่ติดจากปัสสาวะหนูในน้ำขัง เป็นอันตรายต่อไตและตับ และ ติดคนได้
ป้องกันโดยไม่ให้เดินลุยน้ำขังและไม่ให้ดื่มน้ำจากแอ่ง มีวัคซีนสำหรับสัตว์ที่มีความเสี่ยง ควรปรึกษาสัตวแพทย์
ที่นอนและสิ่งแวดล้อม
- ซักและตากที่นอนให้แห้งสนิท
- อย่าให้ที่นอนวางติดพื้นที่ชื้น
- ระบายอากาศในบ้านให้ดี
- ตรวจว่ามีน้ำขังในบริเวณบ้านไหม ซึ่งเป็นแหล่งเพาะยุง
ยุงและพยาธิหนอนหัวใจ
ยุงชุกขึ้นมาก ต้องให้ยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจตามรอบอย่างเคร่งครัด ไม่ขาดแม้เดือนเดียว
เรื่องพฤติกรรม
- สัตว์ที่กลัวเสียงฟ้าร้องต้องการที่หลบที่เขาเลือกเอง ปิดม่านและเปิดเสียงกลบช่วยได้
- สัตว์ที่ไม่ได้ออกไปข้างนอกเพราะฝนตกจะมีพลังงานเหลือ ให้ชดเชยด้วยกิจกรรมในบ้านที่ใช้สมอง
ผิวหนังที่แดง มีกลิ่น หรือขนร่วงเป็นหย่อมในหน้าฝน ควรให้สัตวแพทย์ตรวจ อย่ารอให้หายเอง
