สัตว์เลี้ยงสัมผัสพื้นตลอดเวลาและทำความสะอาดตัวเองด้วยการเลีย สารเคมีที่ตกค้างบนพื้นจึงเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง
กลุ่มที่ควรระวัง
- น้ำยาที่มีฟีนอล เป็นพิษกับแมวเป็นพิเศษ มักอยู่ในน้ำยาฆ่าเชื้อบางชนิดที่ขุ่นเป็นสีขาวเมื่อผสมน้ำ
- น้ำยาที่มีแอมโมเนีย นอกจากระคายเคือง กลิ่นยังคล้ายปัสสาวะและอาจเรียกให้สัตว์กลับมาขับถ่ายที่เดิม
- สารฟอกขาวเข้มข้น
- น้ำมันหอมระเหยหลายชนิด โดยเฉพาะกับแมว ทั้งจากการเลียและจากการใช้เครื่องพ่นไอในห้องปิด
ใช้ยังไงให้ปลอดภัยขึ้น
- เจือจางตามฉลากเสมอ เข้มข้นกว่าไม่ได้แปลว่าสะอาดกว่า
- ล้างตามด้วยน้ำสะอาด โดยเฉพาะพื้นที่สัตว์เดิน
- รอให้แห้งสนิทก่อนปล่อยสัตว์เข้ามา
- เปิดหน้าต่างระบายอากาศ
- เก็บขวดในที่ที่สัตว์เข้าไม่ถึง
ทำความสะอาดคราบปัสสาวะ
ใช้ น้ำยาที่มีเอนไซม์ ซึ่งย่อยโปรตีนในปัสสาวะจริง ๆ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น การกลบกลิ่นทำให้เราไม่ได้กลิ่นแต่สัตว์ยังได้ และจะกลับมาที่เดิม
ทางเลือกที่อ่อนโยนกว่า
น้ำส้มสายชูเจือจางและน้ำอุ่นใช้ได้กับความสกปรกทั่วไป แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ ในกรณีที่ต้องฆ่าเชื้อจริง เช่น หลังมีสัตว์ป่วย ควรถามสัตวแพทย์ว่าควรใช้อะไร
เรื่องเชื้อบางชนิด
ไวรัสบางชนิดอย่างพาร์โวทนทานมากและน้ำยาทั่วไปฆ่าไม่ได้ ถ้าเคยมีเคสในบ้านต้องใช้น้ำยาที่ระบุว่าฆ่าเชื้อนั้นได้จริง
ถ้าสัตว์สัมผัสหรือเลียเข้าไป
ล้างบริเวณที่สัมผัสด้วยน้ำสะอาดมาก ๆ แล้วโทรหาโรงพยาบาลพร้อมฉลากของผลิตภัณฑ์ อย่าทำให้อาเจียนเอง เพราะสารบางชนิดกัดหลอดอาหารซ้ำตอนขย้อน
อ่านฉลากทุกครั้งว่ามีคำเตือนเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงหรือไม่ และเก็บฉลากไว้เผื่อต้องใช้ข้อมูลตอนฉุกเฉิน
