การเพาะพันธุ์ไม่ใช่แค่การให้สัตว์สองตัวมาเจอกัน มีความรับผิดชอบทั้งต่อแม่ ต่อลูก และต่อคนที่จะรับไปเลี้ยง
ตรวจสุขภาพก่อนผสม
- ตรวจร่างกายทั่วไปและตรวจเลือด
- ตรวจโรคทางพันธุกรรมที่พบในสายพันธุ์นั้น เช่น ปัญหาข้อสะโพก โรคหัวใจ โรคตา หรือโรคไต ซึ่งต่างกันไปในแต่ละพันธุ์
- ตรวจโรคติดต่อทางการสืบพันธุ์
- วัคซีนและถ่ายพยาธิให้ครบก่อนผสม
การเพาะจากตัวที่มีปัญหาทางพันธุกรรมคือการส่งต่อปัญหาไปอีกหลายรุ่น
อายุที่เหมาะสม
ไม่ควรผสมในรอบการติดสัดรอบแรก และไม่ควรผสมตัวที่แก่เกินไป ควรให้สัตวแพทย์ประเมินเป็นรายตัว
ต้นทุนที่มักถูกประเมินต่ำ
- ค่าตรวจสุขภาพและตรวจพันธุกรรม
- ค่าอาหารสูตรพิเศษระหว่างตั้งท้องและให้นม
- ค่าผ่าคลอดฉุกเฉิน ซึ่งอาจเกิดได้ทุกเคส โดยเฉพาะพันธุ์หน้าสั้นที่มักต้องผ่าคลอด
- ค่าดูแลลูกทั้งครอกจนถึงอายุที่ส่งต่อได้
- วัคซีนและถ่ายพยาธิของลูกทุกตัว
- ค่าใช้จ่ายถ้าลูกป่วย
เวลาที่ต้องใช้
ลูกสัตว์แรกเกิดต้องดูแลเกือบตลอดเวลาในสัปดาห์แรก ต้องชั่งน้ำหนักทุกวัน และช่วงหย่านมต้องอยู่บ้านเป็นหลัก
ความรับผิดชอบต่อลูกที่เกิดมา
ควรมีแผนว่าจะหาบ้านให้ยังไง คัดกรองคนรับยังไง และ พร้อมรับคืนถ้าคนรับเลี้ยงต่อไม่ไหว ผู้เพาะเลี้ยงที่รับผิดชอบมักมีข้อตกลงนี้
ทางเลือกที่ควรพิจารณา
ถ้าเหตุผลคืออยากมีลูกสัตว์อีกตัว การรับเลี้ยงจากศูนย์พักพิงเป็นทางเลือกที่มีสัตว์รออยู่จำนวนมาก
ควรมีสัตวแพทย์ที่ปรึกษาได้ตั้งแต่ก่อนผสม ไม่ใช่ติดต่อครั้งแรกตอนที่คลอดไม่ออกแล้ว
